สาระ, Travel

ประสบการณ์ทำ passport หายที่ต่างประเทศ

เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาไปเที่ยวเวียดนามมาครับ เป็นทริปที่สนุกและตื่นเต้นดี ที่สำคัญกว่านั้นคือเป็นครั้งแรกที่ทำ passport หายตอนอยู่ต่างประเทศจนหวุดหวิดเกือบจะไม่ได้กลับไทย

จริงๆ มันก็ไม่ควรจะหล่นหายหรอก เพราะตอนไปต่างประเทศรอบที่ผ่านๆ มาก็ยัด passport ไว้ในกระเป๋าสะพาย แต่รอบนี้ดันทะลึ่งเอา passport ไปใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกง แถมในทริปนี้มีนั่งรถกับเดินเที่ยวไปมานู่นนี่นั่นหลายที่มาก ซึ่งพอรู้ตัวว่า passport หายขึ้นมาปุ๊บเนี่ยมันแทบเดาไม่ออกเลยว่าเผลอทำหล่นหายที่ไหนยังไง

passport.jpg
ที่มาภาพ: http://www.interprogram.ku.ac.th

พอรู้ตัวว่า passport หาย ค้นหาในกระเป๋าหรือที่ไหนๆ แล้วก็ไม่มี สิ่งแรกที่ทำคือโทรแจ้งทัวร์ให้เค้าช่วยประสานให้เผื่อไปหล่นอยู่ในรถที่เราขึ้นมา (ซึ่งทัวร์ลองติดต่อถามให้แล้วก็พบว่าไม่มี) แต่ระหว่างที่รอทัวร์ติดต่อกลับมา ทางญาติๆ ก็เข้ามาช่วยหาข้อมูลช่วยวางแผนให้ว่าจะทำยังไงต่อไปเพราะถ้าไม่มี passport มันจะกลับไทยไม่ได้ Continue reading

สาระ

วิวัฒนาการของ Mobile Network

พิมพ์ไว้ใน Twitter เช่นเคยครับ ตั้งแต่วันที่ 17 ตุลาแล้ว ก็อบมาลงบล็อกอีกที ==”

(1) ว่าจะเล่าเรื่องวิวัฒนาการของ Mobile Network แล้วก็ลืมสนิท ==” เอ้าเริ่มเลยดีกว่า

(2) มือถือยุค 1G ส่งสัญญาณเป็น Analog ใช้โทรอย่างเดียว ติดต่อเสา Base ได้ต้นเดียว ออกนอกบริเวณก็ใช้ไม่ได้ Roaming ข้ามเสาไม่ได้

(3) ยุค 2G เป็นระบบ GSM เปลี่ยนมาส่งสัญญาณเป็น Digital สามารถทำ Roaming ได้ โทรข้าม Operator ได้

(4) พอค้นพบว่า 2G มันส่ง Data ได้ เลยประยุกต์มาเป็นการส่ง SMS แล้วพัฒนาต่อมาเป็น GPRS ซึ่งก็คือ 2.5G

(5) จากนั้นก็พัฒนาวิธีส่งสัญญาณให้มันดีขึ้น เลยสามารถส่ง Data ได้เยอะกว่าเดิม กลายเป็น EDGE ซึ่งก็คือ 2.75G

(6) 3G เป็นเทคโนโลยี UTMS เน้นส่ง Data เป็นหลัก 3G ยุคแรกส่งข้อมูลได้มากสุด 7 Mbps

(7) ส่วน 3G ที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้มันคือ 3.5G หรือบางที่เป็น 3.75G สังเกตว่าเวลาต่อเน็ตจะขึ้นเป็นรูปตัว H หรือ H+ ความเร็วสูงสุด 21 – 42 Mbps

(8) สำหรับ 4G ในโลกเราตอนนี้ยังไม่มี 4G แท้ๆ ให้ใช้ ที่มีอยู่เป็นชื่อเรียกทางการตลาด

(9) มาตรฐาน 4G หลักๆ แล้วคือทิ้งระบบแบบเก่าไปเลย ให้ไปวิ่งอยู่บน IPv6 แทน หลักๆ ที่เน้นคือการส่งข้อมูลขนาดใหญ่มากๆ เช่น 100 Mbps

(10) ตอนแรกจะใช้ WiMax เป็น 4G แต่ติดปัญหาเรื่องการส่งข้อมูลตอนกำลังเคลื่อนที่ พอตอนหลังเลยมีคนเสนอใช้ LTE แทน

(11) LTE จริงๆ แล้วก็ยังไม่ใช่ 4G ซะทีเดียว เรียกว่าเป็น 3.9G น่าจะเหมาะกว่า แต่การตลาดก็พากันเรียก LTE ว่า 4G ไปแล้ว

(12) เนื่องจาก 4G คลื่นมันสั้นกว่า 3G เลยครอบคลุมพื้นที่ได้น้อย เหมาะใช้ในเมืองมากกว่ากระจายตามชนบท

(13) การใช้งานจริง เลยต้องใช้ควบคู่กับ 2G, 3G แบบในรูปhttp://www.ais.co.th/4g/what-4g.html …จบแล้วจ้า~

(14) ลืม ==” ยังไม่จบ … ส่วน 5G ตอนนี้ยังเป็นงานวิจัยอยู่ ยังไม่มีการเอามาใช้งานจริงจัง (ก็ 4G มันยังไม่เสร็จจริงเลยนี่นา)

(15) สรุป พวกที่บอกเมกา 7G เกาหลี 6G อะไรพวกนี้มันมั่วทั้งนั้น จบจ้า~~

สาระ

exFAT

อ่านและพิมพ์สรุปคร่าวๆ ไว้ใน twitter ไหนๆ ก็พิมพ์แล้วเลยเอามาลงบล็อกด้วยเลยละกัน ;P

(1) SD Card หรือ Flash Drive ที่มีขนาดใหญ่กว่า 32 GB Windows จะสร้าง File System ได้แค่ NTFS กับ ExFAT เพราะ FAT32 มันจำกัดที่ 32 GB

(2) เข้าใจว่า สาเหตุหลักๆ ที่ต้องมี ExFAT ขึ้นมา เพราะต้องการให้เกิดความสะดวกในการคัดลอกไฟล์ข้ามระบบปฏิบัติการ ข้าม File System

(3) FAT32 มันเกิดมานาน และขั้นตอนการทำงานของมันก็ไม่ได้มีอะไรสลับซับซ้อน ระบบปฏิบัติการส่วนใหญ่ก็ทำงานกับ File System นี้ได้อย่างสมบูรณ์

(4) ปัญหาหลักๆ ของ FAT 32 คือ มันถูกออกแบบมาให้เก็บไฟล์ขนาดใหญ่สุดได้ไม่เกิน 4 GB และใช้พื้นที่ Patrition ได้แค่ 32 GB

(5) พอจะให้แลกเปลี่ยนไฟล์กันผ่าน NTFS ก็ติดปัญหาเรื่อง Security กับ Proprietary ของ Microsoft ทำให้ Mac OS อ่านได้อย่างเดียว เขียนไฟล์ไม่ได้

(6) ฝั่ง Linux มี NTFS3G ที่เอาไว้อ่านเขียนไฟล์กับ NTFS แต่ทำงานใน User-mode ทำให้การใช้งานจริงกิน Resource กว่า FAT32 ที่เป็น Kernel-Mode

(7) ExFAT เกิดขึ้นมาในสมัย XP SP3 กับ Vista SP1 หลักๆ คือเอาไว้ใช้กับพวก External Storage ที่มีขนาดใหญ่กว่า 32GB

(8) การทำงานจะอ้างอิงหรือปรับปรุงมาจาก FAT32 แต่ไม่ได้ Secure เท่า NTFS ที่สำคัญมันแก้จุดอ่อนเรื่องขนาดไฟล์กับขนาดพาร์ทิชันแล้ว

(9) เอาง่ายๆ คือตอนนี้ใครใช้ทั้ง Windows ทั้ง Mac และต้องใช้ External HDD สำรองไฟล์ สามารถใช้ ExFAT ได้ สะดวกและมีปัญหาน้อยกว่า NTFS

(10) ส่วน Linux นี่ก็รอไปก่อน คงจะยังอีกนานกว่าจะใช้งานได้ เพราะระบบการทำงานของ ExFAT มันไม่ได้เปิดเผยออกมาเป็น Public

(11) จบแล้วจ้า~ ขอบคุณ Wikipedia และลิงก์อื่นๆ เพิ่มเติมที่อยู่ด้านล่างในหน้า Wiki >w<

http://en.wikipedia.org/wiki/ExFAT

http://lifehacker.com/5927185/use-the-exfat-file-system-and-never-format-your-external-drive-again